Home

Banners

ป้ายโฆษณา

J&J 
Total warehouse
and transport Solution


ก่อนก้าวสู่ความเป็นเจ้าของธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจขนส่ง และบริการโลจิสติกส์ ที่มีทรัพย์มูลค่านับพันล้านบาท อดีตครูช่าง “สุจินต์ ทรัพย์ล้อม” ประธานกรรมการ J&J Group of Company และ “บุษบา ทรัพย์ล้อม”  กรรมการบริหาร อดีตนักวางระบบโรงงานและคุมคนงานจาก “มินีแบไทย” เริ่มก่อร่างจากธุรกิจตึกแถว 2 ห้องที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2537ปัจจุบัน J&J Group of Company มีกิจการในเครือ 5 กิจการ มีพื้นที่คลังสินค้ารับฝากสินค้าและบริหารจัดการกว่า 130,000 ตารางเมตร พร้อมธุรกิจรถบรรทุกให้บริการขนส่งสินค้ากว่า 350 คัน

http://logisticsthailand.com/home/images/stories/logistics/J&J.jpg

อดีตครูช่าง “สุจินต์ ทรัพย์ล้อม “

นักวางระบบ ‘บุษบา ทรัพย์ล้อม”

“เราเริ่มต้นกันมาจากศูนย์ ไม่มีอะไรมาเลย กู้เงินแบงก์มาเรื่อยๆ มีเงินทุนที่เป็นกำไรจากการทำธุรกิจก็เอามาขยายธุรกิจทำไป โดยไม่ใช้เงินผิดประเภท ได้กำไรถึงค่อยขยายเติบโตมาเรื่อยๆ” สุจินต์ ทรัพย์ล้อม กล่าว

หัวใจสำคัญของความสำเร็จ  J&J Group of Company มาจากการบริหารจัดการอย่างรอบคอบมีระบบ ไม่ใช้เงินผิดประเภท มีกำไรจากธุรกิจถึงค่อยขยาย รักษาคำมั่นสัญญา จริงใจและซื่อสัตย์ มีระบบการทำงานที่ดี ชัดเจนและโปร่งใส พร้อมพัฒนาบริการสนองความต้องการลูกค้า บริการใกล้ชิดใส่ใจเต็มร้อยในทุกจุด พนักงานรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่

จากประสบการณ์ “สุจินต์ ทรัพย์ล้อม” ที่เป็นข้าราชการครูช่างมาก่อน ตกผลึกในรายละเอียดการกำหนดความสำเร็จของงาน ขณะที่ “บุษบา ทรัพย์ล้อม” ผู้ผ่านประสบการณ์ตรงในการทำงานกับโรงงาน “มินีแบไทย” ทำให้เข้าใจระบบการทำงานกับบริษัทข้ามชาติและเข้าถึงวัฒนธรรมการดำเนินธุรกิจ เมื่อสร้างกิจการที่มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่น จึงเข้าถึงความไว้วางใจ สามารถพิชิตใจลูกค้าบริษัทญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องความมาตรฐานสูง

ลูกค้า J&J Group of Company  50-60 ราย ล้วนเป็นบริษัทขนาดใหญ่และเกือบ 100% เป็น “ญี่ปุ่น”

“เรารู้ว่าสไตล์ของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างไร เขาต้องการแบบไหน ก็ตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการให้ได้ และรักษาคำพูด เพราะคนญี่ปุ่นเขาถือว่า คุยกันตั้งแต่ตอนแรก คุยแล้วจบ

อ่านเพิ่มเติม...

 

Tr@Box
From JAPAN
to THAILAND
Matching ผู้ค้าและรถขนส่ง
เพื่อธุรกิจโลจิสติกส์ตลาดอาเซียน

Yazaki Energy System (Yazaki ES) ประกาศว่า จะเริ่มให้บริการเว็บไซต์ตัวกลางระหว่างผู้ค้าและรถขนส่งสำหรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในตลาดอาเซียน เริ่มที่ประเทศไทย ความร่วมมือระหว่าง 3 บริษัท “TraBox Corporation “ ผู้ให้บริการ Matching ผู้ค้าและรถขนส่งในประเทศญี่ปุ่น  บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (DTC) ผู้นำยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจ GPS & IoT Solutions สำหรับยานพาหนะในไทย และ “ Yazaki Energy System”

Yazaki ES ได้ตกลงที่จะทำธุรกิจร่วมกับ TraBox Corporation กำลังขยายบริการ Matching ผู้ค้าและรถขนส่งในประเทศญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง และได้เห็นพ้องที่จะให้บริการสำหรับภูมิภาคอาเซียน โดยความร่วมมือระหว่าง 3 บริษัท ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจผนึกกำลังด้านเทคโนโลยีและ Know-how และได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ที่ชื่อว่า TRAMOVE

ในช่วง 6 เดือนแรกจะเริ่มให้บริการฟรี สำหรับโครงสร้างค่าบริการนั้น บริษัทขนส่งจะคิดค่าลงทะเบียน 1,000 บาท และคิดค่าบริการ 1,000 บาทต่อเดือน โดยในปีแรกได้วางเป้าหมายจำนวนสมาชิกไว้ 3,000 บริษัท และในระยะเวลา 2 ปี จะมีสมาชิก 13,000 บริษัท

รายละเอียดการบริการใน Step ที่ 1 ได้วางเป้าหมาย “บริการ Matching ผู้ค้าและรถขนส่งแบบครั้งเดียวจบ”

ผู้ส่งจะลงทะเบียนข้อมูลสิ่งของที่ต้องการให้จัดส่ง (สถานที่ส่งออก, สถานที่รับ, เวลา, ประเภทสิ่งของ, ปริมาณสิ่งของ, ค่าจัดส่งที่ต้องการ ฯลฯ) ในหน้าเว็บไซต์ และรอรับการติดต่อรับออเดอร์จากบริษัทขนส่ง

บริษัทขนส่งจะคัดเลือกข้อมูลของที่ต้องการจะรับออเดอร์ หรือข้อมูลสิ่งของที่ลงทะเบียนไว้บนหน้าเว็บไซต์ หลังจากยืนยันการจัดส่ง จะดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดโดยตรงทางโทรศัพท์ บริการแบบครั้งเดียวจบจะเป็นการ Matching ของที่เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว

“บริการเสนอราคา” จะแตกต่างกับบริการแบบครั้งเดียวจบ กรณีที่ต้องการให้ขนส่งสิ่งของอย่างต่อเนื่อง (ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้) ตามปริมาณที่กำหนดไว้ ผู้ส่งจะลงทะเบียนข้อมูลทางธุรกิจ เช่น ช่วงเวลาจัดส่ง, ประเภทสิ่งของ, ปริมาณสิ่งของ, ประเภทรถที่ต้องการ, ค่าจัดส่งที่ต้องการ เป็นต้น ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังบริษัทขนส่งอย่างอัตโนมัติ และปรากฎบนหน้าเว็บไซต์ด้วย

บริษัทขนส่งสามารถยื่นข้อเสนอหรือส่งใบเสนอราคาให้กับผู้ส่ง สำหรับผู้ส่งก็สามารถรับข้อเสนอจากหลายบริษัทได้ และยังเป็นระบบที่สามารถแข่งขันราคาแบบอัตโนมัติ

ติดตามเนื้อหาทั้งหมดได้ในนิตยสาร Logistics Thailand ฉบับ June 2018

 

“ วิภา หยี ”
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ซีไอเอ็มซี วีฮีเคิล (ประเทศไทย) จำกัด

บทบาทของ CIMC Thailand ในช่วง 10 ปีที่เข้ามาลงทุนและดำเนินุรกิจในประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อการขนส่งในประเทศไทย และวิสัยทัศน์การสร้างโอกาสทางธุรกิจของ

CIMC จุดแข็งสำคัญของ  CIMC Thailand อะไรเป็นองค์ประกอบหลักต่อความสำเร็จ หลักการบริหารกลยุทธ์ในการตอบสนองลูกค้า การบริหารศักยภาพองค์กรในการให้บริการกลุ่มลูกค้า Transport &  Logistics

CIMC Thailand  วางเป้าหมายในการนำนวัตกรรมการบริการ เทคโนโลยี สนับสนุนงานขนส่ง ในยุค Logistics 4.0 เพื่อลูกค้าอย่างไร ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ของ CIMC Thailand  ประกอบด้วย Product อะไรบ้างที่ผลิตเพื่อสนับสนุนศักยภาพของธุรกิจการขนส่งและโลจิสติกส์

CIMC Thailand  มองทิศทางตลาดใน CLMV ( ลาว-พม่า กัมพูชา เวียดนาม ) อย่างไร ทิศทางของ CIMC Thailand  จากนี้ไปในช่วง 5 ปีข้างมีเป้าหมายอย่างไรในการทำตลาดและพัฒนาสินค้าเทคโนโลยีใหม่ๆ

นิตยสาร Logistics Thailand สัมภาษณ์ “ วิภา หยี ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีไอเอ็มซี วีฮีเคิล (ประเทศไทย) จำกัด ในโอกาสที่ CIMC Thailand  เข้ามาลงทุนและดำเนินุรกิจในประเทศไทย ครบ 10 ปี

บทบาทของ CIMC THAILANDในช่วง 10 ปี ที่ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนเทคโนโลยีด้านการขนส่งในประเทศไทย มีวิสัยทัศน์ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ อย่างไรบ้าง

หลักการของ CIMC เป็นบริษัท Global มีนโยบายจะเข้าไปลงทุนทั่วโลก จะมองประเทศไทยมีความสำคัญในกลุ่มอาเซียน จึงเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เข้ามาลงทุน ซึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว CIMC มีโนฮาวมีเทคโนโลยีใหม่ๆ จากประเทศที่พัฒนาแล้ว จึงอยากนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาส่งเสริมธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศไทย ผู้ประกอบการได้ใช้เทคโนลียีใหม่

อ่านเพิ่มเติม...

 
Login Form