Home

Banners

ป้ายโฆษณา

20 หลักการเคลื่อนย้ายสินค้าใน Warehouse

    การจัดการคลังสินค้าเป็นกุญแจสำคัญทางด้าน Supply Chainในด้านการหมุนเวียนของคลังสินค้า การเลือกสินค้า การส่งสินค้าไปยังจุดจ่ายทันทีที่รับสินค้า เพื่อทำให้มีการใช้พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด รวมถึงระดับปริมาณสินค้าด้วย การใช้การจัดการแบบนี้จะทำให้ลดการพึ่งพาจำนวนพนักงานต่อไปนี้คือประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการนำหลักการเคลื่อนย้ายสินค้า 20 ข้อ ไปใช้ใช้ในการจัดการเพื่อการบริหารประสิทธิภาพในงานคลังสินค้า หลักทั่วไปในการหยิบและเคลื่อนย้ายของภายในคลังสินค้า
 
     1. Orientation Principle ท ำการศึกษาความสัมพันธ์ของระบบจากแผนที่กำลังใช้อยู่เพื่อที่จะสามารถทราบถึง วิธีการจัดการและปัญหาที่เป็นอยู่, ข้อจำกัดด้านกายภาพและเศรษฐศาสตร์ เพื่อที่จะสามารถกำหนดความต้องการและเป้าหมายในอนาคตได้ Study the system relationships thoroughly prior to preliminary planning in order to identify existing methods and problems, physical and economic constraints, and to establish future requirements and goals.

     2. Planning Principle เริ่มวางแผน โดยรวมความต้องการพื้นฐาน, ทางเลือกที่ต้องการ, และพิจารณาความที่เป็นไปได้ในการดูแลวัสดุและงานด้านการเก็บสินค้าเข้าไปในแผนด้วย Establish a plan to include basic requirements, desirable options, and the consideration of contingencies for all material handling and storage activities.

     3. Systems Principle น ำกิจกรรมด้านงานดูแลและการเก็บสินค้าเข้าไปในระบบ ซึ่งดูถึงความเป็นไปด้านในแง่เศรษฐศาสตร์ โดยรวมงานด้านการรับของ, การตรวจ, การเก็บ, การผลิต, การประกอบ, การบรรจุหีบห่อ, การคลังสินค้า, การนำส่งสินค้า, และการขนส่ง Integrate those handling and storage activities which are economically viable into a coordinated system of operation including receiving, inspection, storage, production, assembly, packaging, warehousing, shipping and transportation.

     4. Unit Load Principle จัดการสินค้าให้เป็นหน่วยใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ Handle product in as large a unit load as practical.

     5. Space Utilization Principle บริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด Make effective utilization of all cubic space.

     6. Standardization Principle กำหนดวิธีการดูแลสินค้าและอุปกรณ์ให้เป็นมาตรฐานทุกที่ที่เป็นไปได้ Standardize handling methods and equipment wherever possible.

     7. Ergonomic Principle ต้องทราบถึงความสามารถและข้อจำกัดด้านสรีระของมนุษย์เพื่อที่จะสามารถออกแบบอ ุปกรณ์และขบวนการดูแลสินค้า เพื่อให้เกิดการใช้งานระหว่างผู้ใช้กับระบบเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด Recognize human capabilities and limitations by designing material handling equipment and procedures for effective interaction with the people using the system.

     8. Energy Principle รวมข้อมูลการใช้พลังงานของระบบดูแลวัสดุและขบวนการดูแลวัสดุทุกครั้งเมื่อมีการเปรียบเทียบหรือเตรียมการปรับปรุงให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด Include energy consumption of the material handling systems and material handling procedures when making comparisons or preparing economic justifications.

     9. Ecology Principle ทำให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เมื่อมีการเลือกอุปกรณ์และขบวนการดูแลวัสดุ Minimize adverse effects on the environment when selecting material handling equipment and procedures.

     10. Mechanization Principle นำเครื่องจักรเข้ามาเมื่อพิจารณาแล้วว่าเกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป Mechanize the handling process where feasible to increase efficiency and economy in the handling of materials.

     11. Flexibility Principle ใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้กับงานหลายๆงานภายใต้สภาพหรือเงื่อนไขที่หลากหลายได้ Use methods and equipment which can perform a variety of tasks under a variety of operating conditions.

     12. Simplification Principle ทำการดูแลให้ง่ายๆเข้าไว้ อาจทำได้โดยการยกเลิก, การลด,หรือควบรวม การเคลื่อนไหวและหรืออุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น Simplify handling by eliminating, reducing, or combining unnecessary movements and/or equipment.

     13. Gravity Principle ใช้ประโยชน์ของแรงดึงดูดโลกทุกเวลาเท่าที่เป็นไปได้ โดยต้องพิจารณาถึงความปลอดภัย, ความเสียหายและการสูญหายต่อสินค้า Utilize gravity to move material wherever possible, while respecting limitations concerning safety, product damage and loss.

     14. Safety Principle จัดหาอุปกรณ์ดูแลวัสดุและวิธีการซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม เพื่อให้ปลอดภัยมากกว่าประสบการณ์ที่มีอยู่แล้ว Provide safe material handling equipment and methods which follow existing safety codes and regulations in addition to accrued experience.
 
     15. Computerization Principle พิจารณาการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้กับการเก็บและดูแลวัสดุ เมื่อจำเป็นต้องปรับปรุงการควบคุมวัสดุและข้อมูล Consider computerization in material handling and storage systems, when circumstances warrant, for improved material and information control.

     16. System Flow Principle รวมการไหลเวียนข้อมูลเข้ากับการไหลของวัสดูในการดูแลและเก็บที่เกิดขึ้นจริงุ Integrate data flow with the physical material flow in handling and storage.
 
     17. Layout Principle เ ตรียมขั้นตอนการปฏิบัติงานและการจัดตำแหน่งอุปกรณ์ในทุกทางเลือกที่คิดว่าสา มารถแก้ปัญหาได้ หลังจากนั้นเลือกระบบที่เหมาะสมทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล Prepare an operational sequence and equipment layout for all viable system solutions, then select the alternative system which best integrates efficiency and effectiveness.

     18. Cost Principle เปรียบเทียบความคุ้มด้านการเงินของทางเลือกอุปกรณ์และวิธีการ โดยการคำนวนจากประสิทธิภาพที่สามารถคำนวณจากค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งหน่วยที่ดูแล Compare the economic justification of alternate solutions in equipment and methods on the basis of economic effectiveness as measured by expense per unit handled.

     19. Maintenance Principle เตรียมแผนการป้องกันและตารางการซ่อมแซมอุปกรณ์ทุกชิ้น Prepare a plan for preventive maintenance and scheduled repairs on all material handling equipment.

     20. Obsolescence Principle เตรียมแผนระยะยาวเมื่อจำเป็นต้องทดแทนอุปกรณ์ที่ล้าสมัยและโดยพิจารณาค่าใช้จ่ายหลังรอบการเสียภาษี Prepare a long range and economically sound policy for replacement of obsolete equipment and methods with special consideration to after-tax life cycle costs

     สำหรับข้อดีในการนำ cross dock มาใช้ เร่งอัตราการหมุนเวียนของสินค้า และเพิ่มอัตราการหมุนเวียนภายในสินค้าคงคลัง ลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการดูแลสินค้าที่ cross dock ช่วยในการจัดการบริหารการขนส่งสินค้าที่หลากหลายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยส่งเสริมให้ลูกค้าที่ใช้ระบบ JIT(Just In Time) สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น ช่วยปรับปรุงการใช้อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     -ลดความต้องการใช้พื้นที่สำหรับการจัดเก็บได้

     -ลดความเสียหายของสินค้าที่เกิดขึ้นจากการหยิบจับสินค้าที่ลดลง
 
     -ลดความเสียหายจากการที่สินค้าหมดอายุหรือไม่ทันสมัยอันเนื่องมาจากการเก็บในคลังสินค้านานเกินไป

     -ลดการสูญหายของสินค้าเนื่องมาจากการลักขโมย อันเนื่องมาจากการหมุนเวียนสินค้าที่รวดเร็ว ช่วยเร่งการจ่ายเงินให้กับผู้ผลิตเร็วขึ้น เป็นผลทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีกันมากขึ้น
 
     -ลดงานเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินค้าคงคลัง
 
     อย่างไรก็ตามมีความยากลำบากที่อาจทำให้ไม่สำเร็จ หากไม่นำ 20 หลักการที่ว่ามาปรับระบบงานก็ยากที่จะเลือกว่าสินค้าตัวใดควรใช้กับระบบ cross dock บ้าง ข้อมูลทั้งสองด้านระหว่าง supply และ demand ไม่มีความสอดคล้องกัน อาจทำให้นำมาใช้ด้วยความยากลำบาก ซึ่งอาจเกิดกรณีมีความกลัวเรื่องการลดตำแหน่งงานของพนักงาน ที่คิดว่าภายในคลังสินค้าจะใช้คนลดลง การไม่มีการสนับสนุนด้านข้อมูลที่เพียงพอ การไม่มีอุปกรณ์หรือการลงทุนที่เพียงพอ ทำให้ต้องมีการซื้ออุปกรณ์ใหม่หรือต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เก่า

* ข้อมูลนี้เป็นลิขสิทธิ์ของหนังสือพิมพ์ INTERTRANSPORT LOGISTICS ไม่อนุญาตให้นำไปใช้ไม่ว่ากรณีใดหากไม่มีการขออนุญาตอย่างเป็นทางการ