Home

Banners

ป้ายโฆษณา

Coke รื้อ Logistics

Outsource ให้ ‘Logistics ASIA’

ด้วยแบรนด์แข็งแกร่ง สินค้ามีคุณภาพ ที่สำคัญ อันดับ 1 ของ Product คือ เครือข่ายการขนส่ง ส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า อาจจะกล่าวได้ว่าเครือข่ายของ “ไทยน้ำทิพย์” เกือบที่จะส่งจดหมายได้แล้วเพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าทั่วไทย มากกว่า 300,000 ราย เป็นเหตุผลใหญ่ที่ของความเป็นหมายเลข ตลาดน้ำอัดลมและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ Coca Cola อันเลื่องชื่อของโลก

อย่างไรก็ตามดูเหมือนนโยบายการจัดระบบขนส่งและโลจิสติกส์ในการกระจายสินค้าของ Coca Cola ทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นลำดับ มีการเพิ่มบทบาทของผู้ให้บริการที่เป็น Outsource มากขึ้น เช่น ในญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ และเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยแล้ว

ก่อนหน้านี้ “ไทยน้ำทิพย์” ผู้ทำตลาด Coca Cola ในไทยก็ได้จัดตั้ง “ LOGISTICS ASIA Co.Ltd.” ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อบริการด้านโลจิสติกส์ในการจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินค้า เพื่อมารับไม้แทน“ไทยน้ำทิพย์” โดยมีการ Outsource งานขนส่งสินค้าจากโรงงานไปยังศูนย์กระจายสินค้าในแต่ละพื้นที่ของโซนรับผิดชอบของหน่ายขาย ซึ่งกำลังปรับเปลี่ยนและจัดการเรื่องระบบการทำงาน จากเดิมที่มีการ Outsource บางส่วน และ“ไทยน้ำทิพย์” ลงทุนรถเองเป็นส่วนใหญ่ ในอนาคตอันใกล้ ไทยน้ำทิพย์” จะไม่มีการลงทุนรถขนส่งสินค้าในส่วนนี้เพิ่มจะใช้การว่าจ้างบริษัทภายนอกหรือ Outsource ทั้งหมด

นอกจากการไม่ลงทุนใน Fleet รถใหม่ในการขนส่งสินค้าของ “ไทยน้ำทิพย์” แล้ว ในปัจจุบันการจัดส่งสินค้าเข้าร้านสะดวกซื้อที่จากเดิม รถของ COKE วิ่งไปส่งตรงยังสาขาร้าน 7-Eleven ในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบ มีการให้  Outsource ดำเนินการจัดส่งสินค้า Coca Cola ทั้งหมดเข้าร้าน 7-Eleven แทน

ในส่วนของรถหน่วยขายที่กระจายสินค้าเข้าร้านค้าย่อยยังอยู่ในความดูแลของ “ไทยน้ำทิพย์” ซึ่งล่าสุดมีการลงทุนสั่งต่อรถ 6 ล้อขนาดกลางรุ่นใหม่กว่า 100 คันเพื่อเสริมทัพรถที่ปลดระวางการใช้งานไป และเพิ่มศักยภาพในการกระจายสินค้าในแต่ละโซนมากขึ้น

อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ในอนาคต “ LOGISTICS ASIA Co.Ltd.” บริษัทที่จัดขึ้นมาเพื่อบริหารการจัดส่งและกระจายสินค้าอาจเป็นผู้บริหารจัดการทั้งระบบ ภาพที่เป็นอยู่เรามักจะพบเห็นเป็นที่ชินกับรูปแบบการกระจาย การจำหน่าย การวางขายสินค้าที่สามารถครอบคลุมตั้งแต่ห้างขนาดใหญ่ ไปจนถึงเพิงหมาแหนก็มีโค้กให้คุณดื่มอย่างชื่นใจ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าถึงตู้เย็นร้านค้า ที่อยู่หน้าร้าน หลังร้าน เจ้าหน้าที่ไทยน้ำทิพย์ไปถึงที่ จัดตู้เย็น จัดสต๊อกด้านล่าง เปลี่ยนขวด เก็บขวดเก่ามา

“ไทยน้ำทิพย์” จัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้เครื่องหมาย Coca Cola ในแง่กระบวนการ Logistics เวลาลูกค้า

สั่งสินค้าเข้ามา ผ่านหน่วยงาน Customer Service ถ้ามีสินค้าก็จัดส่งโดย Transportation หน่วยจัดส่งสินค้า แต่ถ้าไม่มีสินค้าก็นำวัตถุดิบ ไปวางแผนการผลิตสินค้าสำเร็จรูปแล้วส่งให้ลูกค้า ถ้าจำเป็นต้องจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์หรือ สินค้าสำเร็จรูปต้องอาศัยอีกหน่วยงานหนึ่ง Processing Supplier จัดส่งสินค้าเข้ามาก็มาอยู่ในคลังสินค้า นำไปวางแผนการผลิตออกมา เก็บเป็นสินค้าสำเร็จรูป ใน Warehouse หรือส่งให้ลูกค้า

ไทยน้ำทิพย์ในแง่การขนส่ง เรียกว่า TPDL Transportation Network เนื่องจากมีต้นทางหลายแห่ง ปลายทางหลายแห่ง ต้อง Optimum การขนส่ง  ในระบบของไทยน้ำทิพย์มีระบบที่เรียกว่าเป็น ERP มีการศึกษาวิธีการทำ Optimum ก็ใส่ Network เข้าไปในระบบ และให้ระบบแนะนำว่าควรจะส่งสินค้าจากโรงงานอะไร เช่นโรงงานหัวหมาก ไปอยุธยา สินค้าอะไร เมื่อไร จำนวนเท่าไร เป็นผลลัพธ์ที่ออกมาจากระบบโดยการใส่ข้อมูลเข้าไป เป็น DRP (Distribution Requirement Planning) ที่ใช้อยู่เพื่อตอบคำถามว่าไทยน้ำทิพย์น่าจะส่งสินค้าอะไรจากไหน ไปไหน จำนวนเท่าไร เมื่อไร ด้วยวิธีการอย่างไร และบริหารต่อไป

ถ้าเป็นโจทย์ใหญ่จากโรงงานไปโรงงาน หรือจากโรงงานไปคลังสินค้าที่เป็นสาขาใหญ่ ก็ต้องใช้รถคันใหญ่ ถ้าจากโรงงานไปสาขาเล็ก หรือไปลูกค้าเจ้าเล็ก ๆหรือจากคลังสาขา ไปร้านค้าเล็กๆ ก็จะเป็นรถเล็ก 4 หรือ 6 ล้อ เป็นวิธีการบริหาร ในส่วนของไทยน้ำทิพย์มีทั้ง 2 แบบ คือ ถ้ารู้จัก ERP ก็น่าจะรู้ MRP (Material Requirement Planning) ตัว DRP จะทำหน้าที่รวบรวมความต้องการของแต่ละสาขา แต่ละลูกค้าทำ Forecasting รวบรวมลงมา ซึ่งสุดท้ายก็จะเป็นความต้องการว่าแต่ละโรงงานจะผลิตเท่าไร คืออาจจะบอกว่า อุดร ขอนแก่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ รวบรวมเข้ามาหา Product ผลิตที่โคราช

ดังนั้นทางโคราชจะต้องผลิตสินค้าเท่าไรโดยรวบมาจากทุกแห่ง จากนั้นนำข้อมูลเดียวกันใส่ไปในระบบ ERP ว่าต้องการสินค้าพวกนี้ต้องการจำนวนเท่าไร กี่ขวด กี่ลัง น้ำกี่ลิตร หัวเชื้อกี่ยูนิต ส่วน DRP ก็มีบอกเป็นสิ่งที่ไทยน้ำทิพย์ทำหลังจากนั้นแล้วจะเห็นว่าสินค้าจะออกไป โดยรถลำเลียงไปยังสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ

ส่วนคลังสินค้า (Warehouse) ต่างๆ ก็รูปลักษณ์ต่างกัน พอสินค้าอยู่ที่คลังตามสาขาต่างๆ ก็ใช้รถขาย ใหม่สุดแคมเปญ “Coke Side up Life ด้านดีๆ ของชีวิต” โดยมีรถรุ่นใหม่ขนส่ง ซึ่งรถขายเหล่านี้จะมีเจ้าหน้าที่ของไทยน้ำทิพย์ไปด้วยเพื่อส่งสินค้าให้ลูกค้า ทั้งเจ้าหน้าที่ขาย, พนักงานขาย, เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยขายในการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าถึงมือลูกค้าปลายทาง เป็นลูกค้า 1 กลุ่ม ใหญ่คือร้านค้าทั่วไป

และลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังโต เรียกว่า “Modern Trade” จัดส่งง่ายเพราะสั่งสินค้ามาก จำนวนมาก สถานที่แน่นอน มีการสั่งก่อนล่วงหน้าที่จะนำสินค้าไปส่งให้ร้านค้าเล็กๆ  ซึ่งร้านค้าเล็กๆ นี้จะไม่มี Order พนักงานขายจะไปถึงแล้วต้องสอบถามลูกค้าว่าต้องการกี่ลัง กี่ขวด แบบไหนบ้าง แลกกันกับขวดเปล่า ไม่พอก็มัดจำขวดเพิ่ม ซึ่งวิธีนี้จะทำการ  Forecast ได้ยากลำบาก

แต่ถ้าเป็น Modern Trade จะ Order มาหาที่ไทยน้ำทิพย์ ซึ่งกว่า 90% เป็น Order ผ่านทางระบบ EDI ไทยน้ำทิพย์ไม่ต้องเสียเวลามา Key เข้าไปใหม่อีก ทำให้ข้อมูลมันตรงเลย ถูกต้องแม่นยำ และจัดส่งเข้ามาที่สำนักงานใหญ่เพื่อส่งไปยังโรงงานต่างๆ ตาม Network ที่ลูกค้าเจ้าไหนผูกขาดไว้ แล้วทำการจัดส่งสินค้าให้โดยใช้รถขนาดใหญ่

กรณีลูกค้ารายใหญ่ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ไทยน้ำทิพย์ มีระบบการขนส่ง ทั้งขนส่งระหว่างโรงงาน หรือ ขนส่งให้คลังสาขาต่างๆ ในขณะเดียวกันก็ส่งไปให้ลูกค้ารายใหญ่ๆด้วย โดยส่งจากคลังสาขาซึ่งจะเป็นรถเขตไปหาลูกค้าปลายทาง ลูกค้าปลายทางจะขายต่อให้กับลูกค้ารายย่อย หรือผู้บริโภคต่อไป

ขณะที่ Modern Trade จะมีทั้งลูกค้าที่เข้า DC (distribution center) เช่น เทสโก้, โลตัส, บิ๊กซี หรือ เซเว่นฯ แล้วไปกระจายสินค้าต่อ หรือลูกค้าของไทยน้ำทิพย์เอง, โคคา โคล่า เอเย่นต์ หรือส่งไปบริษัทหาดทิพย์  (ทางภาคใต้) บ้าง ก่อนจะถึงมือผู้บริโภค  กระบวนการทั้งหมดพอออกจากการผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป ก็จะเป็นกระบวนการ Logistics ล้วนๆ จนถึงมือผู้บริโภค

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร Logistics Thailand สมัครสมาชิกโทร .02-514-2839