Home

Banners

ป้ายโฆษณา

The future of logistics
in ecommerce market #2

การเติบโตธุรกิจ E-Commerce กับตลาดการค้าออนไลน์  เป็นโอกาสใหญ่สำหรับภาคอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

การเติบโตธุรกิจ E-Commerce ก่อผลต่อธุรกิจโลจิสติกส์ด้านบวก ด้านลบการปรับตัวสู่โหมดธุรกิจยุคดิจิตอล

การปรับตัวของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ กับแนวโน้มตลาดความสำเร็จ ในอนาคต โมเดลธุรกิจต้องวางกลยุทธ์

ทิพย์ ดาลาล Group CEO  Triple i Logistics Group

สัญญวิทย์ เศรษฐโภคิน Managing Director BLUE & WHITE Logistics

ปิยะนุช สัมฤทธิ์ Managing Director NIM SEE SENG Logistics

สมเกียรติ ลีรัตนขจร Deputy Managing Director Somchai Paktai Banagkok Transport

ชวลิต ศรีวรเวียง Country Manager ,LAZADA Express ( Thailand)

ปัจจุบันธุรกิจ E-Commerce มีการเติบโตสูงมากในขณะที่ผู้ให้บริการในตลาดส่วนใหญ่ เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมานานพอสมควร และบางบริษัทเริ่มเข้าสู่ธุรกิจนี้ หลายประเด็นทั้งโอกาสและวิกฤติ สำหรับบริษัทที่ไม่ปรับตัวเมื่อรูปแบบการค้ามีการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลจากกรมไปรษณีย์พบว่า ตัวเลขของสินค้ากล่องที่เป็น E-Commerce มีการเติบโต 20-30% และเป็นตลาดที่มีการเติบโตเร็วมาก ทุกวันนี้การซื้อของผ่านมือถือมากขึ้น

อนาคตธุรกิจโลจิสติก์ไทยกับตลาด E-Commerceที่กำลังเติบโต   จะอยู่จุดไหนและจะแข่งขันอย่างไร คำถามคือ

1. การเติบโตของธุรกิจ E-Commerce กับตลาดการค้าออนไลน์ เป็นโอกาสใหญ่สำหรับภาคอุตสาหกรรมโลจิสติกส์อย่างไร

2.การเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ตลาดการค้าออนไลน์ ได้ก่อผลต่อธุรกิจโลจิสติกส์อย่างไร ทางด้านบวก ด้านลบ  ในการปรับตัวสู่โหมดธุรกิจยุคดิจิตอล

3.การปรับตัวของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ กับแนวโน้มตลาดเป็นตัวกำหนดความสำเร็จ ในอนาคต รูปแบบและโมเดลธุรกิจต้องวางกลยุทธ์อย่างไร

นิตยสาร Logistics Thailand หนังสือพิมพ์ Intertransport Logistics Biz เว็ปไซต์ www.logisticsthailand.com สำนักพิมพ์ LogisticsBook  และ Supply Chain Biz & ITL Trade Media จัดงานสัมมนาใหญ่ “รวมพลคนโลจิสติกส์ ปีที่ 14 “ ขึ้น โดยประเด็นไฮไลท์ในครั้งนี้ชูกระแสธุรกิจ E-Commerce ตลาดการค้าออนไลน์ที่เติบโตไปพร้อมกับบทบาทของการปรับธุรกิจโลจิสติกส์เพื่อการส่งมอบที่จะต้องปรับ Model การจัดธุรกิจตาม Model การค้าที่เปลี่ยนแปลง ในหัวข้อเสวนา The future of logistics in ecommerce market

A : ทิพย์ ดาลาล  Group CEO Triple i Logistics Group

โดยส่วนตัวพื้นฐานจะหนักไปทางระหว่างประเทศ จะแชร์ประสบการณ์   E-Commerce หรือ ธุรกิจโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศ ในส่วนของ E-Commerce จะแบ่งเป็น 2 ส่วน  คือ International กับ Domestic คำถามคือ โอกาส ต้องบอกว่าใหญ่มหาศาล คนที่ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ทราบดีว่าต้องปรับตัวแต่ จะปรับตัวอย่างไร ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับพื้นฐาน  องค์กรของเรา จุดแข็งคืออะไร  เพราะธุรกิจโลจิสติกส์ Chain ใหญ่และกว้าง คนนอกอาจจะมองว่าโลจิสติกส์คือก้อนเดียว แต่ถ้ามองมาข้างในเป็นคนละเรื่อง เพราะขนส่งทางบก ขนส่งทางอากาศ ขนส่งทางรถ ขนส่งทางราง จะเป็นคนละเรื่องกันเลย ลูกค้าเป็นคนละกลุ่มอาจจะมีซ้อนทันกันบ้างเล็กน้อยส่วนหน่วยงานที่กำกับดูแลเป็นคนละกลุ่ม พันธมิตร คู่ค้า  ระยะเวลา เป็นคนละเรื่องเพราะการขนส่งระดับ 3 ชม.กับระดับอาทิตย์ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีตัวแปรมาก อยู่ที่ว่าเลือกอะไร Segment ไหน เราจะเป็น Operator หรือเป็น Carrier  หรือเป็น Logistics เป็น management เป็น solution provider

“บังเอิญผมทำงานกับไปรษณีย์มาก ถือเป็นยักษ์ใหญ่ จะเป็นยักษ์ใหญ่ของทุกประเทศ ยกตัวอย่างเฉพาะ EMS ธุรกิจออนไลน์จะใช้มาก EMS ที่ไม่ใช่ไปรษณีย์ภัณฑ์ทั่วไป ทุกวันนี้มีเฉลี่ยเกิน 1,000,000 ชิ้นต่อวัน จะเห็นภาพ Scale ใหญ่แค่ไหน รองจากไปรษณีย์น่าจะเป็น  LAZADA เพราะออร์เดอร์ค่อนข้างมากตอบคำถามแรก ผมมองว่า เลือกพื้นที่ที่จะเล่นก่อนว่าจะเป็นแบบไหน

A : สัญญวิทย์ เศรษฐโภคิน  Managing Director BLUE & WHITE Professional Logistics

ธุรกิจขนส่งเหนื่อยแต่ไม่มีใครเลิกเพราะเดินแล้วจะเดินต่อไป แต่ถามว่าอนาคตจะเปลี่ยนแปลงมากหรือไม่ คือเรื่องเทคโนโลยีใหม่ได้เปลี่ยนหลายๆอย่าง เวลานี้ ยกตัวอย่างได้ ธุรกิจที่เป็นเอเย่นต์ ขายสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ไปก่อนแล้ว ชายตั๋วเครื่องบิน เอเย่นต์ขายห้องพักโรงแรมหายไปหมดแล้ว สิ่งที่จะตามมา คือธุรกิจบางอย่างที่ใช้เวลาไต่เต้าถึงจุดที่สูงสุด ไม่เกิน 20 ปี พอถึงจุดสูงสุด จะต้องเตรียมเลิก จะปรับตัวย่างไร เช่นเครือข่ายซีเอ็ด ร้านนายอินทร์ ร้านหนังสือดวงกมล ร้านเหล่านี้โตเร็วมาก แต่โตได้แค่ 20 ปี ปรากฏว่าธุรกิจไม่รู้จะไปอย่างไรระบบการค้า E-Commerce มันจะทำลายแม้กระทั่งคนที่เป็นผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่ายผมเคยไปพูดที่สมาคมค้าปลีก คนทำค้าปลีกบอกว่า มีสินค้าพวกที่ขายใน บิ๊กซี แมคโคร โลตัส ปรากฏว่าระยะหลัง ลูกค้าที่เคยซื้อของ จากแมคโคร เริ่มสั่งของผ่านเว๊ปไซด์เค้า แทนไปซื้อที่แมคโครอยากให้ลองนึก สินค้าชิ้นหนึ่งซื้อในห้างราคา 100 บาท จริงๆ สินค้าอาจจะราคา 70 บาท แต่ห้างจะเอามาร์จิ้น 20% บวกค่าโปรโมชั่น ค่าต่างๆ อีก ต้นทุนโลจิสติกส์ ค่า DC ค่าขนส่งไปDC ต่างๆ คนขายจะได้ 60 บาท  เมื่อขายผ่านเว็ปไซต์ ที่ราคา 95 บาท ต่ำกว่าห้างอีก ผู้ซื้อกำไรแล้วแถมส่งถึงบ้านด้วย ส่วนคนขายแทนที่จะได้ 60 บาท จะได้เป็น 65 บาท เพราะไม่ต้องผ่านตัวกลาง ส่วน 30 บาท เป็นค่าโลจิสติกส์ที่ไม่เหมือนเดิม ที่สามารถขนส่งของจากคลังเก็บของผู้ขายไปยังบ้านผู้ซื้อได้ค่าโลจิสติกส์ อาจจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่นำสินค้าไปส่งที่ บริษัท ขนส่งอาจจะจ่ายที่ 40 บาท แต่จ่ายผ่านซื้อเว็ป อาจจะจ่ายค่าขนส่ง 100 บาท แต่ราคารวมของสินค้าจะยังถูกกว่าผู้ซื้อ ผู้ขายได้ คนกลางหายไป เงินที่เคยจ่ายให้ห้าง จะย้ายมาอยู่ที่โลจิสติกส์ เพียงแต่ว่าใครจะเก็บเกี่ยวตรงนี้ได้โลจิสติกส์เปลี่ยนแปลงมาก ส่วนจะดีหรือไม่ ก็ดูที่เงินที่ย้ายจากพ่อค้าคนกลางมาอยู่ที่โลจิสติกส์ แต่จะเป็นใครที่ได้เงินนี้ไป ใครจะเก็บไปได้ ที่แน่ๆ เวลานี้คือไปรษณีย์ไทย จะรับประโยชน์นี้ไปอย่างเต็มที่ผมสั่งของผ่าน LAZADA คือฝากล้องแตก ตัวบานพับเล็กๆ แตก ไปที่ร้านขายอุปกรณ์ แต่ไม่มีอะไหล่ขาย ต้องซื้อใหม่ ราคา 2,800 บาท พลาสติกบานพับอันเล็กนิดเดียว นึกถึง LAZADA เปิดแอพหา เจอกรณีเดียวกันเป็นของก๊อปปี้ ราคา 349.18 บาท ก็ซื้อเลยเพราะส่งถึงผ่าน คลิกและจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ยืนยัน 7-10 วัน ของถึงบ้าน ได้รับจริงไม่เกิน 7 วัน พัสดุส่งถึงบ้านดูห่อ ส่งโดย China Post มาจากเซิ่นเจิ้น ประเทศจีน

ของส่งมาจากเซิ่นเจิ้น ‪ใน 7 วัน‬ ด้วยราคา 350 บาท และไม่รู้ว่า ในระบบโลจิสติกส์ผ่านมือใครบ้าง แต่มาโดย China Post อาจมาส่งต่อให้ไปรษณีย์ไทย มาถึงบ้าน แล้วราคาทำไมถูก พ่อค้าคนกลางที่นำเข้าเคสมือถือ อะไหล่ มาสต๊อกสินค้าจ่ายค่าเช่าให้ห้างต่างๆ เช่าไว้แต่จะไม่มีคนซื้อของ เพราะจะไปซื้อผ่านออนไลน์กันหมด

A : สมเกียรติ ลีรัตนขจร Deputy Managing Director Somchai Paktai Banagkok Transport

มองแบบผสมผสาน โลจิสติกส์ 4.0 มองแบบคู่ขนานไป ว่า โลจิสติกส์ 4.0 หรือ E-Commerce  มีผลกระทบในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์แน่นอน ยุค 4.0 เทคโนโลยี 4 G ธุรกิจต้องปรับตัว ไม่งั้นจะขยายตัวไม่ได้ ในแง่องค์กรเราได้เข้ามามีส่วนสมชายปักษ์ใต้ โตจากปักษ์ใต้ ยุคเปลี่ยนต้องมีการขยับขยาย เป็นยุคถัดไป ผมเข้ามามีบทบาทส่งเสริม และไม่เคยมองว่าโลจิสติกส์ยุคเดิมจะตาย และเห็นว่าไม่มีทางตาย เพราะ “โลจิสติกส์ไม่มีวันตาย” และจะเป็นอาชีพเดียวที่จะไม่มีวันตาย ตลอดกาล ผมกล้าพูด แต่ไม่ได้หมายถึงอยู่เฉย โดยไม่ปรับตัวE-Commerce   ที่เข้ามาเป็นยุค 4.0 ทุกคนต้องปรับตัว หมายถึงต้องมองว่า นั่นเป็นโอกาส ผมเชื่อว่าทุกๆ ห้างจะไม่ตาย แต่จะต้องปรับตัว เช่น โมเดิร์นเทรด จะเห็นว่ามีการปรับตัว เริ่มแรก มีห้าง มีที่ตั่ง เมื่อ E-Commerce   เข้ามาส่งถึงบ้าน จะต้องปรับตัว เมื่อก่อนวิ่งสายใกล้มีรถบรรทุกใหญ่ๆ ตอนนี้ไม่ได้แล้ว ต้องมีรถทุกขนาด ลงไปถึงจักรยานยนต์ เพียงแต่ต้องผสมผสาน หมายถึง เมื่อเป็นยุค 4.0 องค์กรธุรกิจโลจิสติกส์ต้องรองรับ ยุค 4.0 รวมถึงบุคลากรในองค์กรด้วย ต้องทำให้ได้ ทำให้เป็น

A : ปิยะนุช สัมฤทธิ์ Managing Director NIM SEE SENG Logistics

ยุคเหล่านี้ เป็นยุคที่ดิฉันตั้งเอง มาจากอาชีพที่ทำเคยเห็นมา และมาตั้งเป็นยุค เช่น ยุค Convenience Store  เคยบอกคุณพ่อว่า คนจะไปซื้อของผ่านห้างแล้ว เราจะต้องไปขนของเข้าห้างแล้ว ตอนนั้นคุณพ่อไม่เชื่อ ใครจะมาซื้อของในห้าง ตัวเองไม่ซื้อแน่ มีส่วนในการทำโมเดล จากนั้น ยุค Convenience Store  ก็เปลี่ยนไปอีก แทนที่จะเป็น Modern Trade ไปทั้งทีจะต้องซื้อให้คุ้ม เพราะ Convenience Store  ใกล้บ้าน ความสะดวกถึงที่ และใครจะรู้บ้างว่ายุคนี้ มีที่สะดวกกว่าอีก คือ E-Commerce ซื้อทุกอย่าง on Mobile  ร้านค้าอยู่ที่มือของทุกคนเมื่อก่อนจะไม่ไปห้างเพราะไปจะเสียเงินแน่นอน ผู้หญิงทุกคนถ้าไม่อยากเสียเงินก็ให้อยู่บ้าน เข้าห้างเสียแน่นอน คราวนี้ LAZADA มาถึงมือ เคยเข้าไปเยี่ยมชมบ้าง แต่หลังจากนั้น LAZADA มาหาตลอด เตือนมาตลอดมีโปรโมชั่นมาตลอด บอกตัวเองไว้ที่ต้องทำคือ ถ้าเปิดต้องซื้อ ถ้าไม่ซื้อไม่ต้องเปิด ถ้าไม่เปิดเงินยังอยู่ครบ


“ในฐานะที่ทำโลจิสติกส์คือว่า อีกหน่อยจะมีระบบส่งของแบบที่สามีไม่รู้ได้หรือไม่ เพราะสั่งของออนไลน์มีข้อเสีย ที่ของมาส่งที่บ้าน ความลับไม่มีในโลก สามีจะรู้ว่ามีของมาส่ง ...ซื้ออีกแล้ว แต่ถ้าไปเดินซื้อของเอง สิ่งที่ผู้หญิงทำได้คือ ซื้อแล้วไม่บอกที่บ้านทแอบใส่ถุงมา ซื้อ 10  ชิ้นแต่บอกซื้อ 2 ชิ้น"

และอีกหน่อยใครจะส่งของให้บ้านที่ 2 บ้านที่ 3 การใช้ระบบนี้เป็นประโยชน์แต่ท่านก็ต้องระวัง อะไรที่มีคุณก็จะมีโทษ ยุคนี้ คือยุค EC หรือ E-Commerce ดิฉันเรียกว่า Easy and Convenience อะไรก็แล้วแต่ Customer เป็นตัวหลัก อยากได้ความสะดวก สบาย เราเป็นคนบริหารจัดการ การขนส่ง มีหน้าที่เอาสินค้าส่งให้ลูกค้า ต้องคิดว่าอะไรทำให้ลูกค้าง่ายและสะดวกที่สุดและสำคัญที่สุด C หรือ Cost อย่าให้เกินหน้าราคาสินค้ามาก เช่น ราคาสินค้า 50 บาท แล้วถ้าสามารถส่งถึงบ้านได้ คุณเก่งมาก คือไม่ต้องบอก สั่งขั้นต่ำ 300 ส่งฟรี ถ้าเมื่อไหร่สั่งขั้นต่ำ 50 บาทแล้วส่งฟรีได้ ตอนนั้นคงไม่มีใครเล่นในตลาดแล้ว ซึ่งวันนี้ยังทำไม่ได้ เพราะจะสามารถส่งกะหล่ำปลี ราคา 20 บาทต่อกก. ไปถึงบ้านได้หรือ โดยไม่คิดค่าขนส่ง

ขณะนี้เป็นยุคทอง ของโลจิสติกส์ แต่จะเป็นทองคำ หรือทองอะไร ขึ้นกับผู้ประกอบการ ถ้ามองเห็นDemand   โอกาสมีแต่โอกาสไม่ได้เป็นของทุกคน โอกาสเป็นของคนที่พร้อม ถ้าผู้ประกอบการไหนพร้อม จับลูกค้าให้ได้ว่ามีความต้องการอะไร เห็นชัด และมุ่งธุรกิจไปให้ตรงให้ชัด จะได้โอกาส แต่ถ้าอ่านเกมผิด ซื้อหวยผิด ลูกค้าอยากไดเขวา แต่ไปเก็งว่าซ้าย จะเป็นการเห็นโอกาส แต่ไม่ได้โอกาส

สำหรับดิฉันทิ้งข้อโจทย์ที่ว่า สามารถส่งกะหล่ำปลี ราคา 20 บาทต่อกก. ไปถึงบ้านได้ทั่วประเทศหรือไม่ เป็นเรื่องถือว่า เป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย

A : ชวลิต ศรีวรเวียง Country Manager ,LAZADA Express ( Thailand)

ต้องบอกว่า LAZADA Express จริงๆ เป็นทีมหนึ่งของ LAZADA Group  ตั้งขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าLAZADA Group  จะสามารถดูแลการให้บริการหลังการขายได้สำเร็จ และเป็นไปตามที่ต้องการ จึงตั้ง LAZADA Express  ขึ้น ดังนั้นผมจะไม่พูดในนามของLAZADA Group  แต่จะมาตอบโจทย์ว่า E-Commerce จะให้ประโยชน์อะไรกับวงการโลจิสติกส์ ซึ่งไม่มีทางตาย เพราะที่ไปรษณีย์ไทยวันหนึ่งล้านกว่าชิปเม้นท์ เป็นแค่พาร์ทหนึ่งเท่านั้น ยังมีที่ทำกันอยู่เล็กๆ เอง มีอีกมาก หลายล้าน ประเทศไทยมีคน 70 กว่าล้านคน หากหาประชาชนที่มีความสามารถซื้อของทาง E-Commerce ได้ เช่น ถ้ามี 10% ก็คือ 7 ล้านคน ลองหารลงไปครึ่งหนึ่ง เป็นคนที่มีกำลังซื้อจริงๆ ประมาณ 3 ล้านกว่าคน ไปรษณีย์ไทย ขนส่งไปแค่ 1 ล้านเอง เหลืออีก 2 ล้านกว่าชิ้น ทุกคนยังมีโอกาส เพียงแต่โอกาสที่จะไปตอบโจทย์คำว่า E-Commerce อย่างไร งานมาแน่นอนแต่เราพร้อมหรือยัง

มีวิทยากรหลายท่านพูดว่า สิ่งที่เราจะทำไม่ว่าจะเป็นดิจิตอล อะนาล็อก หรือความรู้ความสามารถในการขนส่ง เมื่อรู้เรื่องขนส่งแล้ว ติดตามข่าวสาร E-Commerce แล้ว มีงานเป็นล้านที่รออยู่ เราจะทำ อย่างไร คุณนุชบอกว่าถ้า LAZADA ส่งของราคา 50 บาทได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายจัดส่ง แต่ถ้าเป็นแฟน LAZADA จริงๆ จะทราบว่า วันนี้คุณซื้อของราคา 99 บาทส่งถึงบ้านได้แล้ว มีแล้ว เพราะว่ามี Economic of scale

“พ่อค้าทุกคนรู้วิธี รับงาน 100 จ๊อบ วิ่งบนเส้นทางที่วิ่งทุกวัน ทำกี่สต๊อก ถ้า 100 จ๊อบ ส่ง 100 สต๊อก ต้นทุนคูณ 1 แต่ถ้า 100 จ๊อบหารด้วย 3 เหลือ 30 สต๊อก อีก 70 สต๊อกคือกำไร นั่นคือวิธีคิดที่ว่าจะทำให้ธุรกิจอยู่ได้ ต้นทุนจะบริหารอย่างไร”

วันนี้ถ้าพูดถึง E-Commerce ช่วยให้ผู้ขายลดต้นทุนโลจิสติกส์ พอผู้ขายลดต้นทุนโลจิสติกส์ ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้ สังคมนี้เกิดขึ้น ดังนั้น ในฐานะที่เราทำอาชีพ โลจิสติกส์ ขนส่ง โอกาสเยอะมาก เพียงแต่ว่าต้องถามตัวเองว่าพร้อมที่จะศึกษาและเข้าใจวิธีการทำงานให้เกิดกำไร เกิดประสิทธิภาพหรือไม่

**ตืดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ในนิตยสาร Logistics Thailand ฉบับ 174 สมัครสมาชิกโทร.02-5142839.