Home

Banners

ป้ายโฆษณา

ตามไปดูธุรกิจค้าปลีก makro
เปิดสาขาใน Cambodia

บรรยากาศพิธีเปิดห้าง Makro สาขาแสนสุข กรุงพนมเปญ สาขาแรกของ Makro ในราชอาณาจักรกัมพูชา โดยคุณสัญญวิทย์ เศรษฐโภคิน 16 มกราคม 2061

ฤกษ์งามยามดีวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ผมได้รับคำชักชวนจากลูกค้าซึ่งเป็นโรงงานพลาสติกผลิตสินค้าพลาสติกหลากหลายส่งขายผ่านห้างโมเดิร์นเทรด และก็เป็นลูกค้าที่ใช้บริการโลจิสติกส์ของบริษัท บลูแอนด์ไวท์ ให้เดินทางไปร่วมงานพิธีเปิดห้างแม็คโครแห่งแรกในกัมพูชา ด้วยว่ากัมพูชาและพนมเปญเป็นประเทศและเป็นเมืองที่ผมไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปสัมผัส ทั้งๆที่เศรษฐกิจกัมพูชากำลังโตอย่างก้าวกระโดด

และเป็นประเทศที่มีเมืองหลวงอยู่ใกล้กับเมืองหลวงของไทยมากที่สุดในโลก คือประมาณ 600 กิโลเมตรเศษเท่านั้น หากนับด่านถาวรชายแดนที่ใกล้กรุงเทพมหานครที่สุด ก็ยังคงเป็นชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ที่อรัญประเทศและปอยเปต ซึ่งมีระยะทางเพียง 250 กิโลเมตรเท่านั้น แต่ผมเคยไปเยือนพนมเปญครั้งสุดท้ายก็น่าจะร่วมสิบปีมาแล้ว นานจนคิดว่าเมืองหลวงที่กำลังจะสร้างตึกแฝดสูงที่สุดในโลกแห่งนี้ น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมายและก็เลยเป็นเหตุผลที่ผมรับคำเชิญอย่างไม่ต้องใช้เวลาตัดสินใจเลย

บรรยากาศในวันเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคัก โชคดีที่ผมเดินทางมาถึงห้างค่อนข้างเร็วประมาณ 9 โมงเช้า และก็โชคดีที่อย่างที่เข้างานได้โดยไม่ต้องมีบัตรเชิญ ผมไม่มั่นใจว่าทางห้างมีการสกรีนคนเข้างานกันอย่างไร แต่ก็อาจเป็นเพราะหน้าตาเราไม่ค่อยเหมือนคนท้องถิ่นที่นี่ แล้วก็เดินพูดภาษาไทยกันปร๋อเข้าไปเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยให้เข้าไปได้อย่างง่ายดาย นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าเป็นอภิสิทธิ์ชนเล็กๆที่ได้รับจากการพูดภาษาไทย คงมีไม่มากแห่งนักที่เราจะรู้สึกอย่างนี้นอกแผ่นดินของเรา รู้สึกภูมิใจปลื้มปริ่มในความเป็นไทยขึ้นมาทันที

 

Makro เคลียร์พื้นที่ล็อคใหญ่โดยการนำสินค้าออก แล้วจัดแถวเก้าอี้คลุมผ้าสีครีมอย่างสวยงามจำนวนนับพันตัว เรียงรายจากประตูทางเข้าไปจนสุดสายตาเห็นอยู่ลิบๆด้านใน ปลายสุดนั้นเป็นเวทีพร้อมแบ็คดร็อปขนาดใหญ่ สำหรับใช้ในพิธีเปิด ในขณะที่ด้านข้างของแถวเก้าอี้ยาวเหยียดนั้น เป็นแผนเบเกอรี่ ผลไม้สด เครื่องเทศ อาหารสด เนื้อ หมู ไก่ ปลา และปลายสุดเป็นแผนกอาหารแช่แข็ง ซึ่งทุกแผนกก็เปิดจำหน่ายสินค้าให้ลูกค้าผู้เข้ามาร่วมพิธีเปิด เลือกซื้อได้ตามอัธยาศัย สินค้ากว่าครึ่งเป็นสินค้าที่มาจากประเทศไทย แต่อาหารสดต่างๆน่าจะมาจากในประเทศ สินค้าจำพวก เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ แน่นอนน่าจะเป็นของ CP ในกัมพูชา แต่ที่ผมเล็งว่าจะต้องมาซื้อกลับไปเป็นของฝากแน่ๆอยู่ในแผนกเครื่องเทศครับ

มันคือพริกไทยกำปอต ซึ่งเป็นแหล่งปลูกพริกไทยที่ได้รับการรับรองในระดับสากลว่าเป็นพริกไทยที่ดีที่สุดในโลก เขาว่ากันว่าร้านอาหารชั้นนำไม่ว่าจะมิชลินกี่ดาว ร้านอาหารฝรั่งเศส อิตาเลียน เสต็ก ต่างๆที่ต้องใช้พริกไทยในการปรุงอาหารชั้นเลิศ รวมทั้งที่ใส่ขวดวางไว้บนโต๊ะอาหารเลิศหรู ล้วนเป็นพริกไทยจากแหล่งกำปอต ประเทศกัมพูชาทั้งสิ้น รู้อย่างนี้แล้วผมไม่พลาดแน่ กำลังพิจารณาพริกไทยหลากหลายชนิดบนชั้นวางด้วยความงงๆ ก็มีเจ้าหน้าที่แม็คโครใส่เสื้อฟอร์มสีแดง มาถามไถ่ด้วยภาษาไทย แล้วก็ช่วยแนะนำให้ผมซื้อไปทั้งพริกไทยดำ พริกไทยขาว แล้วก็พริกไทยแดง เดิมทีผมมีความเข้าใจว่าพริกไทยดำน่าจะแพงกว่าขาว แต่ปรากฏว่าผิดถนัดครับ จากราคาขายแล้ว พริกไทยดำถูกกว่าพริกไทยขาว และพริกไทยแดงเกือบครึ่งต่อครึ่ง สำหรับพริกไทยแดงผมก็ไม่เคยเห็นที่ไหนมาเห็นที่กัมพูชานี่เป็นแห่งแรก ถามได้ความมาว่าพริกไทยแดงก็คือพริกไทยขาวที่ยืดระยะเวลาการเก็บออกไปสีก็จะเปลียนจากขาวเป็นแดง แต่ราคาเท่ากัน สรุปได้ว่าผมกวาดพริกไทยมาร่วม 3 กิโลกรัม พอจ่ายเงินเสร็จก็มานั่งมองว่าจะทานกันยังไงหมด เราก็ไม่ได้เปิดร้านอาหาร ปกติซื้อพริกไทยขวดเล็กๆกินปีนึงยังไม่หมดขวดเลย กลับมาก็เลยเที่ยวเอาพริกไทยไปแจกคนนั้นคนนี้ เป็นของฝากที่แปลกดีไปอีกอย่างครับ

กลับมาที่พิธีเปิดกันอีกที เป็นพิธีเปิดที่เรียบง่ายมีการเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งจากฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชาขึ้นเวทีกล่าวเล็กๆน้อยๆ แล้วก็ตัดริบบิ้น มีการถ่ายภาพตามธรรมเนียม ใช้เวลาสั้นๆเพียงไม่เกินครึ่งชั่วโมง เสร็จพิธีแขกต่างก็ลุกกระจายตัวไปเดินดูสินค้าทั่วห้าง ในขณะที่ผมยืนดูระบบการจัดการที่รวดเร็วมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่แม็คโครร่วมกับทีมจัดงาน เริ่มจากพนักงานทำความสะอาดหลายสิบคนเดินเก็บขยะตามแถวเก้าอี้ ทีมงานอีกชุดเข้ามาเก็บเก้าอี้ซ้อนกันเป็นตั้งแล้วขนออกไป พื้นที่ตรงไหนเก็บเก้าอี้ออกโล่งแล้ว เครื่องล้างพื้นก็ถูกเข็นเข้ามา รถยกไฟฟ้าที่แสตนบายอยู่พร้อมเจ้าหน้าที่ขึงเชือกล้อมหน้าหลังเพื่อความปลอดภัย ก็ดาหน้าเข้ามา 3-4 คัน ผมคิดอยู่ว่าใช้รถยกมาทำอะไร ปรากฎว่าเหนือหัวของพื้นที่วางเก้าอี้เหล่านี้ เป็นสลิงที่แขวนป้ายแบบธงญี่ปุ่นซึ่งถูกม้วนเก็บขึ้นไปมัดไว้กับสลิง รถยกนำเจ้าหน้าที่ขึ้นไปปลดป้ายทิ้งลงมาตามด้วยการแขวนป้ายบอกราคาสินค้าซึ่งเป็นบอร์ดแข็งห้อยต่อจากธงญี่ปุ่น ที่ผมเห็นเป็นหม้อหุงข้าวราคาหลายหมื่นรีล ทันทีที่แขวนป้ายเสร็จ รถยกก็ดาหน้าไปปลดธงแถวถัดไป พนักงานที่เข็นพาเล็ทหม้อหุงข้าวที่มายืนรออยู่ ก็นำสินค้ามาเรียงข้างใต้ป้ายหม้อหุงข้าวจำนวน 4 พาเลท บนพื้นมีการมาร์กตำแหน่งพาเลทไว้แล้วด้วยเทปกาว

ยืนดูกระบวนการเหล่านี้ด้วยความเพลิดเพลินในการออกแบบ วางแผน และการจัดการที่เป็นมืออาชีพของคนไทย เห็นได้ชัดเลยว่าตรงใหนที่พนักงานท้องถิ่นช้า เก้ๆกังๆ ทำอะไรเอื่อยๆ พนักงานคนไทยนี่แหละครับโดดเข้าไปจัดการทำแทนทันที ความคล่องแคล่วว่องไว ความเข้าใจในเรื่องการทำงานแข่งกับเวลานี่คนไทยยังมีมากกว่าเยอะ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เก้าอี้นับพันตัวถูกเคลียร์ออกไป เวที แบ็คดร็อป เสาไฟส่องเวลา ถูกรื้อออก และแทนที่ด้วยพาเลทสินค้า เหนือขึ้นไปมีป้ายราคาแขวนอยู่กับธง เหมือนกับว่าพิธีเปิดอันยิ่งใหญ่ที่เพิ่งเห็นไม่ได้เกิดขึ้นมาก่อน แม็คโครเสียเวลาในการขายสินค้าไปเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

มองออกไปนอกประตูหลังจากดูการจัดสินค้าเพลินๆ ก็ตกใจที่เห็นชาวกัมพูชาแออัดกันเต็มหน้าประตูที่กั้นลูกค้าไว้ พอด้านในให้สัญญาณพร้อม ประตูถูกเปิดออก ขบวนกลองยาวที่มือกลองใส่หน้ากากเด็กยิ้ม พร้อมกับนางรำที่แต่งตัวแบบนางอัปสร ก็นำขบวนลูกค้าเข้ามา ส่วนมากจะมาเป็นครอบครัวพร้อมรถเข็น พ่อเข็นแม่จูง ลูกๆนั่งอยู่ในรถเข็น ทยอยเดินกันเข้ามาไม่ขาดสาย ผมยืนดูฝูงคนที่ไหลบ่ากันเข้ามาสัก 5 นาทีจนปวดหัวตุบๆคนก็ยังไม่หมด ก็เลยตัดสินใจออกมาจากห้าง เพื่อจะขึ้นรถไปชมสิ่งอื่นๆในพนมเปญต่อ แต่ปรากฏว่าหน้าทางเข้าลานจอดรถ รถติดกันทุกทิศทุกทาง นอกจากคนที่แห่แหนเดินเข้าไปนั้นแล้ว ยังมีลูกค้าอีกมากเลยที่กำลังหาทางนำรถเข้ามาจอดเพื่อจะมาชมหรือมาซื้อสินค้าจากห้างที่ดูจะเป็นสิ่งแปลกใหม่ของประเทศกัมพูชา เป็นสัญญาณที่ดีว่าการที่แม็คโครตั้งเป้าจะเปิดสาขากว่าสิบแห่งทั่วประเทศกัมพูชาน่าจะประสบความสำเร็จไม่ใช่น้อย

**ติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ในนิตยสาร Logistics Thailand ฉบับ January 2018